เปิดกรุ 4 'ของขลัง' คู่ความเชื่อชาวไทย

 

ตำราพรหมชาติ ปลัดขิก นางกวัก ตุ๊กตาเสียกบาล ... ใครมีความเชื่อในสิ่งเหล่านี้บ้าง วันนี้ 'มิวเซียมสยาม' ชวนทุกคนมาพิสูจน์ 4 สุดยอดของขลังนี้ในงานนิทรรศการ 'ไทยทำ ทำทำไม'

 

ต่อให้วิทยาศาสตร์มีการพัฒนาก้าวหน้าไปมากแค่ไหน คนไทยจำนวนมากก็ยังดำรงชีวิตอยู่คู่กับความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ สิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ เครื่องรางของขลัง หรือถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องงมงาย แต่เราก็ไม่เคยคิดจะปฏิเสธมัน เพราะถ้าว่ากันตามจริงแล้ว ความเชื่อและวัตถุมงคลที่ว่านี้ ก็คนไทยนี่แหละที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อขจัดความกลัวและความทุกข์ เปรียบเสมือนตัวช่วยด้านจิตใจนั่นเอง

 

4 สุดยอดของขลังในตำนานความเชื่อของคนไทย ที่มิวเซียมสยามนำเสนอ ได้แก่ ตำราพรหมชาติ ปลัดขิก นางกวัก และตุ๊กตาเสียกบาล

 

ตำราพรหมชาติ

เป็นชื่อเรียกรวมของ ตำราโหราศาสตร์ของไทย การดูพรหมชาติ เป็นวิธีการทำนายชะตาราศีบนพื้นฐานของปีเกิด เดือนเกิด และวันเกิด เป็นรูปแบบการพยากรณ์แบบหนึ่งในโหราศาสตร์ไทย ซึ่งมีความเชื่อดั้งเดิมมาจากกลุ่มไท-ลาว ผสมผสานกับความรู้ทางโหราศาสตร์ที่ได้รับจากอินเดียและจีน เมื่อมีการพิมพ์เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงได้มีการรวบรวมความรู้การพยากรณ์แบบอื่นๆ เข้าไว้ในชุดเดียวกัน แล้วให้ชื่อว่า ‘ตำราพรหมชาติ’

 

 

จากนั้นตำราพรหมชาติถูกตีพิมพ์ขึ้นอีกหลายครั้ง และแพร่หลายไปยังหลายภูมิภาค มีการรวบรวมศาสตร์จากตำราพื้นบ้านไปจนถึงตำราหลวงไว้ในเล่มเดียวกัน จนในภายหลัง คำว่า พรหมชาติกลายเป็นคำรวมของตำราดูหมอไทย แทนที่จะเป็นการทำนายตามวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว สำหรับคนในสมัยก่อน การดูพรหมชาติเปรียบเสมือนกับหางเสือที่ช่วยชี้นำเส้นทางการดำเนินชีวิต ทั้งในวันที่ดีและในวันที่ชีวิตสับสน และยังเป็นหลักยึดและช่วยปกป้องภัยอันตรายต่างๆ ที่จะเข้ามากล้ำกลายอีกด้วย

 

 

ปลัดขิก

เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ขุนเพชร’ ทำขึ้นจากไม้หรือโลหะ มีลักษณะเหมือนองคชาตของผู้ใหญ่ จำลองย่อส่วนลงมา โดยปราศจากหนังหุ้มปลาย แต่เดิมนิยมให้เด็กเล็กๆ อายุตั้งแต่ 34 ขวบ แขวนไว้ที่บริเวณเอว ให้ห้อยลงมาอยู่ในระดับองคชาต สาเหตุจากที่เด็กในวัยนี้เพิ่งจะหย่านม จึงมีภูมิคุ้มกันน้อย โอกาสที่จะป่วยไข้มีมาก ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าภูตผีเป็นผู้ทำให้เด็กเจ็บป่วยไม่สบาย จึงต้องหลอกผีให้เข้าใจผิดไปว่า เด็กชายนั้นโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยมีองคชาตที่ปลายเปิดไม่มีหนังหุ้ม ภูตผีจึงไม่สามารถนำเด็กคนนั้นไปยังโลกแห่งความตายได้

 

 

นอกจากนี้ยังเชื่อกันอีกว่า ปลัดขิกเป็นของที่ใช้สำหรับเบี่ยงความสนใจของเด็กไม่ให้เล่นอวัยวะเพศของตนเอง ซึ่งเป็นนิสัยของเด็กวัยนี้ เช่นเดียวกับการติดดูดนิ้ว ติดขวดนม คนโบราณจึงทำปลัดขิกขึ้นมา เพื่อช่วยแก้ไขไม่ให้เด็กติดนิสัยเล่นอวัยวะเพศของตัวเอง

 

 

นางกวัก

เครื่องรางในรูปหญิงสาว แต่งกายด้วยชุดไทยสีแดงพร้อมเครื่องประดับ นั่งในท่าคุกเข่าแบบเทพธิดา ส่วนมือทำท่ายกขึ้นกวัก ตามความเชื่อเชื่อว่า นางกวักเป็นเทพีแห่งความเป็นมงคลและโชคลาภ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจห้างร้านจึงนิยมบูชาติดร้านกันไว้

 

 

 

ตุ๊กตาเสียกบาล

คำว่า ‘กบาล’ เป็นภาษาเขมรหมายถึง ‘หัว’ ตุ๊กตา ‘เสียกบาล’ จึงหมายถึง ตุ๊กตา 'เสียหัว' นั่นเอง เครื่องรางชนิดนี้เป็นหุ่นดินเผาที่ปั้นขึ้นใช้ในพิธีกรรมตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ของคนโบราณ เมื่อมีคนเจ็บป่วยใกล้ตาย คนไทยในอดีตจึงหาวิธี 'หลอกผี' ไม่ให้มาเอาชีวิตผู้นั้นด้วยการปั้นตุ๊กตาดินขนาดเล็กขึ้นแทนเจ้าตัว ซึ่งจะปั้นแค่ให้เห็นเพศ และมีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับตัวคนที่จะแทน เพราะถือว่าปั้นให้ผี จึงไม่ต้องทำให้ประณีตสวยงามนัก แล้วจึงนำไปทำพิธี ‘เสียกบาล’ โดยการหักคอตุ๊กตา แล้วเอาไปทิ้งไว้ที่ทางสามแพร่งหรือลอยน้ำไป เพราะเชื่อว่าที่เหล่านี้เป็นแหล่งชุมนุมทางวิญญาณ คนโบราณเชื่อกันว่าเมื่อตุ๊กตารับเคราะห์แทนไปแล้ว คนที่ป่วยอยู่ก็จะไม่เป็นอะไร เสมือนเป็นการผ่องถ่ายสิ่งชั่วร้ายไปยังตุ๊กตา นับเป็นการจัดการความเจ็บป่วยโดยอาศัยวัตถุ เพื่อสื่อสารและต่อรองกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ในยุคที่วิทยาการด้านการแพทย์ยังไม่ก้าวหน้าพอที่จะรักษาผู้ป่วยให้หายได้

 

 

 

งานนิทรรศกาล 'ไทยทำ ทำทำไม' เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้27 สิงหาคม 2560 ในวันอังคาร-วันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 10.00-18.00 น. ที่มิวเซียมสยาม ท่าเตียน (ข้างวัดโพธิ์)

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2225 2777 ต่อ 543 หรือคลิกเข้าไปที่ www.museumsiam.org

 



Lastest News